Akakura...one of MT.6
ยัง ยัง สกีทริปของฤดูหนาวปีนี้ของปุ๊กยังไม่ปิดฤดูกาล ยังคงไปเล่นเมื่อมีโอกาส ถึงแม้ว่า งานตัวเองจะเร่งขนาดไหนก้อตาม ก้อแม้...สกีมันมีให้เล่นแค่ช่วงนี้นี่หน่า หมดแล้วก้อต้องรอไปอีกเกือบปี
คราวนี้พวกเรามุ่งหน้าสู่ Akakura Onsen เริ่มออกเดินทางคืนวันเสาร์ที่ 11 มีนา ถึงลานสกีเอารุ่งเช้า ว่าแต่ว่า...มันเช้าเหรอยังหว่าเนี่ย เพราะความที่อากาศมันดูขมุกขมัว พร้อมสายหิมะตกมาต้อนรับพวกเราอย่างไม่ขาดสาย แอบเริ่มนึกในใจว่า เรามาทำอะไรที่นี่หว่าเนี่ย เอ้า ไหน ไหน ก้อมาแล้ว เอาของไปเก็บที่โรงแรม เปลี่ยนชุด เช่าอุปกรณ์ แล้วไปเล่นดีกว่า เผื่ออากาศตอนสาย ๆ มันจะดีกว่านี้
แนวโน้มของหิมะที่ตกลงมา ไม่แนวโน้มว่ามันจะหยุดเลยสักนิด แถมบางช่วงยังกลายพันธุ์เป็นพายุซะงั้น ถึงหิมะจะตกเป็นพายุอย่างงี้ แต่อย่าคิดนะว่าสภาพลานที่เราเล่นนั้นมันจะนุ่มลื่นเหมือนทริปฮอกไกโดที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เราเบรคมักจะไปหยุดแน่นิ่งอีก 2 เมตรข้างหน้า ระหว่างที่เราเล่นก้อจะเป็นเสียงเสียดสีของไม้สกีเรากะน้ำแข็งที่ลานสกีดัง แกรก แกรก แต่อย่าหวังว่าพวกเราจะเลิกเล่น เสียเงินมาทั้งที ก้อต้องเอาให้คุ้มกันหน่อย ครึ่งวันแรก...ยังไม่ทันไปไหน ก้อแวะทานข้าวเติมพลังและความอบอุ่นให้แก่ร่างกายกันก่อน จะได้มีแรงไปสู้กันต่อในช่วงบ่าย
ตอนบ่ายปุ๊ก น้องรุ้ง พี่แคน และพี่เปิ้ล ตัดสินใจข้ามไปเล่นอีกฟากหนึ่ง โดยมีเจ๊เปิ้ลกะแฟน แล้วก้อนุ้ยตามไปสมทบที่หลัง กว่าจะเล่นไปถึงอีกฟากเพื่อไปขึ้นกอนโดร่า เล่นเอาหอบเลยทีเดียว ไม่ช่ายอารายเลย ก้อทางที่ต้องไปอีกฟาก นี่...เล่นเดินซะ แต่เมื่ออไปถึงจุดยอดสุดของอีกฟาก พวกเราก้อไม่ผิดหวัง เพราะทางที่เล่นลงมาจนถึงปลายเขา เป็นทางย๊าว ยาว แถมหิมะจากข้างบนก้อปุยพอดู แต่ไหง พอมาถึงเกือบข้างล่าง หิมะปุย ๆ กลายเป็นน้ำแข็งใสซะงั้น เล่นมาเป็นเม็ด ๆ เลย ขอบอกว่า ลื่นมากมาย อันตรายสุด ๆ ล้มทีก้อก้นร้าวกันเลยทีเดียว
เล่นกันซะเพลินจนลืมดูเวลาว่า...พวกเราจะกลับไปยืนที่เดิมอีกฟากเขาทันเหรอป่าวหว่า งานนี้ เส้นเขียว เส้นแดง เส้นดำ และเส้นดำโคบุ พวกเราก้อไม่หวั่น เพราะจริง ๆ แล้ว แอบหลอกล่อพี่ ๆ เล็กน้อยว่า สีดำที่เค้าบอกนะ มันประมาณสีแดงอะพี่ เพื่อเป็นการสร้างกำลังใจ งานนี้ทุกคนผ่านได้แบบชิวบ้าง ไม่ชิวบ้าง แต่ก้อปลอดภัยกันทุกคน
ปิดฉากของวันแรกด้วยอาหารสุดหรูคือ...ฟองดูชีส จริง ๆ แล้วปุ๊กไม่ค่อยชอบชีสเท่าไหร่ แต่อารมณ์นั้น อะไรก้อเอามาเถอะ อร่อยทั้งนั้นแหละ กินข้าวเสร็จแล้ว ก้อต้องมีการออกกำลังกายเพื่อเป็นการย่อยอาหาร กิจกรรมนี้นอกจากจะได้ออกกำลังมือแล้ว ยังได้ฝึกสมองไปในด้วยหล่ะ เดาเอาเองนะ...ว่ามันคือกิจกรรมอะไร อิ อิ
วันที่สอง แนวโน้มของพายุหิมะที่โหมกระหน่ำตกลงมา หนักยิ่งกว่าวันแรกซะอีก แต่พวกเราก้อยังไม่ถอดใจ แถมมีบางคนฟิตกว่าเดิมซะอีก แอบคิดในทางที่ดีกันว่า อาจจะทำให้ลานสกีนุ่มกว่าเมื่อวานก้อเป็นได้ เอาไปลุยกันเลยดีกว่า วันนี้พวกเราตกลงกันไปข้ามไปเล่นอีกฟากของเขาเหมือนเมื่อวาน เพราะลานที่นุ่มยาวทำให้เล่นได้สนุกกว่า ระหว่างทางที่พวกเรากะลังจะข้ามไปอีกฟาก ก้อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ขณะที่ปุ๊กกะลังเล่นปิดท้ายเพื่อดูความเรียบร้อย อยู่ดี ๆ ก้อเห็นพี่แคนมุ่งหน้าเข้าสู่กองหิมะที่อยู่ข้าง ๆ ซะงั้น แล้วก้อล้ม นั่งจุ่มปุ๊กอยู่สักพัก เอ๋...ไม่เห็นพี่แคนลุกซะที ก้อเลยถามพี่เค้าไปว่า "ลุกไหวป่าวพี่" ไม่มีเสียงตอบจากพี่แคนแต่อย่างใด มีเพียงแต่หน้าพี่เค้าเท่านั้น ที่ส่ายไปส่ายมา ไอ้เราก้อนึกว่าพี่เค้าแกล้ง ก้อหิมะมันนุ่มซะขนาดนั้น แล้วมันจะเจ็บอะไรหว่า เอ้า...สักพักก้อถามใหม่ เพราะบางทีตอนล้มแรก ๆ ยังมึน ๆ งง ๆ กะอาการของตัวเองอยู่ "พี่ ๆ โอเคป่าว ไหวมั้ยพี่" สิ่งที่ได้รับตอบกลับมาก้อคือ ความเงียบเหมือนเดิม แต่คราวนี้ หน้าส่ายแรงกว่าเดิมอีก คงแอบรำคาญเล็กน้อย ก้อส่ายไปซะขนาดนั้น ยังไม่เข้าใจอีกเหรอเนี่ย สักพักพี่เค้าก้อบอกว่า "ไม่ไหว" สองคำสั้น ๆ แต่เข้าใจได้ทันที ปุ๊กก้อเลยส่งสัญญาณไปบอกพี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่เล่นไปรออยู่ข้างหน้าว่า พี่แคนเจ็บไม่ไหวแล้ว เรียกหน่วยกู้ภัยให้ที สุดท้ายหน่วยกู้ภัยเอาสกีไบค์มารับพี่แคนลงไปข้างล่าง เห็นแล้วอิจฉา ก้ออยากนั่งมั่งนี่หน่า หุ หุ หลังจากนี้ ก้อได้แยกออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มแรก ยังคงเดินทางต่อไปตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ ส่วนกลุ่มที่สอง แอบถอดใจถอยกลับลงไปเล่นที่เดิม แล้วจะได้ตามไปดูอาการของพี่แคนได้ด้วย (พูดให้ดูดี อิ อิ) อย่างปุ๊กเรอะ ไม่ต้องบอกก้อรู้ว่า เป็นกลุ่มที่สอง 5555
วันที่สองนี้เล่นได้ถึงบ่ายอ่อน ๆ ก้อต้องเลิกรา เพราะทนพิษความหนาวไม่ไหว ก้อมือมันบวมจะระเบิดอยู่แล้วอะ ขอลาแล้วกัน จะได้เตรียมตัวไปส่งน้องรุ้งกลับนาโกย่าด้วย ส่วนปุ๊กก้อจะได้อาบน้ำพักผ่อนแช่ออนเซนแบบไม่ต้องรีบร้อน เพราะไม่มีใครเลย บางทีการเลิกเล่นก่อนมันก้อดีอย่างงี้นี่เอง
การที่จะเอื้อนเอ่ยถึงความประทับใจของทริปนี้มันช่างยากจริง ๆ ทั้งลานสกี อากาศ และโรงแรม มีดีอยู่อย่างเดียวคือเพื่อนร่วมทริปนี้ ที่ยังพอสร้างสนุกสนานและสีสันได้บ้าง บางทีแค่มีเพื่อนดี ๆ รู้ใจไปด้วย ก้อสามารถสร้างความรู้สึกดี ดี ให้กับเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ


0 Comments:
Post a Comment
<< Home