Hokkaido...ไม่ไปไม่รู้ Episode III
เริ่มต้นวันด้วยอากาศที่แสนดี ฟ้าใส ใส แต่ก่อนจะไปลุยกัน ก้อต้องหาแหล่งพลังงานให้แก่ร่างกายซะก่อน มื้อเช้าของโรงแรมนี้ ถูกใจมาก ๆ เป็นแบบบุพเฟต์ กินได้เท่าไร กินไป งานก้อเสร็จเราหล่ะสิ กินซะจนพุงกางเลย
ก่อนออกไปเล่น สำรวจว่าตั๋วลิฟต์ยังอยู่หรือป่าว เอ๋...ไม่มี ตรงนี้ก้อไม่มี ในกระเป๋าเสื้อสกีก้อไม่มี กระเป๋ากางเกงก้อไม่มี เอาไปวางไว้ไหนหว่า เมื่อกี้ยังถืออยู่นี่หว่า อ้อ...หรือว่าสงสัยวางไว้ในห้องน้ำ รีบเดินไปดูทันที เฮ้ย ก้อไม่มีอีก เอาหละสิ ไว้ไหนวะเนี่ย อย่างงั้นสงสัยจะตกที่ห้อง ค้นจนหมดห้องแล้ว ทุกซอก ทุกมุม ก้อไม่มี เฮ้ย หายไปไหนเนี่ย เซ็งตัวเองจริง ๆ ทำของหายประจำ เอาไปไว้ไหนหว่า ลองคิดดี ๆ สิ ได้มาจากพี่นิ เอาให้จิ๊บ แล้วก้อนุ้ย ส่วนของเรา ก้อ...อ๋อ เอาไว้ที่กระเป๋าเสื้อตัวใน เจอแล้วจ้า...ความโกะนี่แก้ไม่หายสักที
วันนี้ตัดสินใจแบกกล้องคู่ใจไปเล่นสกีด้วย แอบทำใจอยู่นานแต่ก้อแพ้อากาศที่เป็นใจ เอาวะ...ลองสักตั้ง เกิดมาเป็นกล้องปุ๊กต้องอดทน จำไว้ เปิดวันด้วยการขึ้น Gondola ไปเกือบบนสุดของยอดเขา ระหว่างทางที่เล่น ก้อถ่ายรูปมาซะมากมาย ก้อสวยนี่หน่า ห้ามใจไม่ถ่ายไม่ไหว แถมเบื้องหน้าที่เห็นระหว่างเล่นนั้น ก้อคือ ภูเขาไฟที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มันช่างงามได้รูปจริง ๆ ถ่ายเท่าไหร่ก้อไม่เบื่อ มุมไหนก้อดูดีไปหมด รู้ตัวอีกที อ้าว...memory หมดซะแล้ว ทำยังงัยดีหล่ะที่เนี้ย
โชคดีที่ได้ memory ของน้องจ๊อบมาช่วยชีวิต ขอบคุณมาก ๆ นะจ้ะ ตอนนี้กายพร้อม ใจพร้อม กล้องพร้อม ขึ้น Gondola กันไปอีกรอบ ไปถ่ายรูปหมู่ที่ข้างบนกัน เอ้า...เอามุมนี้แหละ สวยมากมาย มีภูเขาไฟเป็นแบคกราวน์ กับต้นไม้ไร้ใบมาประกอบฉาก ทุกคนเข้าประจำที่...แชะ
จากนั้น ก้อขึ้นลิฟต์ไปกันต่อ จากจุดนี้ ถ้าใครอยากขึ้นไปบนยอดเขา ก้อต้องถอดสกีแล้วปีนขึ้นไปประมาณ 20 นาที สำหรับปุ๊กคงไม่ต้องถาม ปีนขึ้นไปอย่างแน่นอน จัดการกะตัวเองเรียบร้อยแล้ว กะลังจะเตรียมปีน ก้อมีเจ้าหน้าที่มาบอกว่า นอกเหนือจากเขตนี้ไปแล้ว ทางลานสกีจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น และถ้าปีนขึ้นไปแล้ว แล้วลงมาไม่ได้ต้องเรียกรถขึ้นไปรับ ก้อต้องเสียตังค์นะ เจ้าหน้าที่คงเห็นว่าหน้ากระเหรี่ยงขนาดนี้ แถมแบกกล้องขึ้นไปอีก ประมาณดูแล้วว่า ยายนี่ไม่รอดแน่นอน แต่คิดเหรอว่า...คนอย่างสุพรรณิการึจะยอมเชื่อ ไม่มีอะไรจะมาล้มล้างความตั้งใจของเราได้ ว่าแล้วก้อหันไปรับทราบกะเจ้าหน้าที่ แล้วก้อมมุ่งหน้าปีนต่อไป ระหว่างปีนก้อพักเป็นระยะ ก้อมันเหนื่อยนี่หน่า ปีนมาได้เกือบ 20 นาที ก้อถึงทางราบที่เชื่อมสองยอดเขาไว้ด้วยกัน โดยข้างบนนี้มี พี่นิ พี่พลัง และบอลรออยู่ รวมปุ๊ก กะนุ้ยเข้าไปสมทบ เลยกลายเป็นชายสี่ หมี่เกี๊ยว เอ้ย...ชายสี่ หญิงหนึ่ง ไหน ไหน ก้อปีนมาจนถึงยอดซะขนาดนี้ เลยถ่ายรูปกันซะ หนำใจ เพื่อไม่ให้รู้สึกเสียดายในภายหลัง คราวนี้...ได้เวลาลงแล้ว ตอนปีนก้อว่านานแล้ว ตอนลงนี่นานกว่าอีก เพราะยืนทำใจกันอยู่นาน เพราะสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้า มันหุบเขาชัด ๆ ชันโคตร ๆ มองไม่เห็นข้างล่างเลยอะ แต่เอาวะ...ไหน ไหน ก้อขึ้นมาแล้ว เป็นงัยเป็นกัน ล้มเป็นล้ม ค่อย ๆ ลง เฮ้ย ก้อได้นี่หว่า หิมะมันนุ่มดี ทำให้เบรคได้ดั่งใจ ความกลัวต่าง ๆ เริ่มละลายหายไป ความมั่นใจเริ่มกลับมา แว่ว ๆ เสียงพี่พลังบอกว่า "น้องปุ๊ก เล่นปาดมาทางนี้สิ มันชันน้อยกว่า" "ได้เลยพี่" เล่นตามคำบอกอย่างไม่รอช้า แต่เอ๋...เล่นไปเล่นมา ทำไมทางที่เราเล่นมันชันกว่าทางเดิมหว่า ไม่เห็นมีรอยสกีเลยอะ ว่าแล้วก้อบอกพี่พลังไปว่า "พี่ ๆ ปุ๊กว่าทางที่เราเล่นมันชันกว่าทางนั้นอีกน๊า" ได้ยินเสียงตอบกลับมาว่า "อืม...พี่ก้อว่าอย่างนั้นแหละ" แป่ว -_-" กลับไปทางเดิมดีกว่าเรา แต่แล้วในที่สุด ก้อเห็นทางสว่างอยู่ข้างหน้า ~กลับมายืนที่เดิม ที่ที่เคยคุ้นตา ที่ที่ใจนั้นคอยเรียกหา เฝ้าคิดถึงวันที่ผ่านมา~ กลับมาลานฝั่งเดิมได้แล้ว แต่กว่าจะเล่นลงมาถึงข้างล่าง หมดแรงไข่คน ไส้กรอก กาแฟไปเลย
แวะเติมพลังด้วยราเมน แล้วก้อเก็บเล่นแต่ละลานสกีให้ครบ มีคอร์สนึงน่าสนใจเป็นคอร์สต้นไม้ คือ เราสามารถเข้าไปเล่นหลบต้นไม้ที่มีอยู่ แต่ต้องระวังให้ดี ต้องหลบให้ทัน ไม่อย่างงั้นจะเป็นแบบปุ๊ก คือ มันลื่นแล้วหลบไม่ทัน เลยเข้าไปเสียบกับต้นไม้กลายเป็นหมีโคอาล่าไปเลย เห็นภาพตัวเองแล้วก้อขำ นี่ถ้าเบรคไม่ทันนะ...ไม่อยากจะนึกเลยว่า จะต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง อิอิ
ตอนกลางคืน ก้อยังคงเล่นไนท์ต้าเหมือนเดิม มีกิจกรรมสัมพันธ์ตอนกลางคืน โดยการดูรูปที่ถ่ายในวันนั้นกัน มีทั้งภาพสวย ๆ และภาพหลุด ๆ อบอุ่นไปอีกแบบ
แต่การปิดท้ายของวันนี้ ไม่ใช่แค่การอาบน้ำ แช่ออนเซนใต้แสงจันทร์เหมือนเมื่อวาน แต่มีอะไรมากกว่านั้น จากความสุข ความสนุกที่มีอยู่ เลยปิดท้ายด้วยการดื่มเบียร์ พูดคุยกัน แล้วเข้านอนอย่างสุขกายสบายใจ
วันสุดท้ายของการอยู่ที่นี่ วันนี้ตัดสินใจไม่เล่น ไม่ใช่เพราะไม่อยากเล่นนะ แต่ไม่อยากเสียตังค์เพิ่มต่างหาก ก้อเลยอยู่เล่น Wii กะจิ๊บสองคน เล่นกันจนเพลิน เหลือบดูนาฬิกาอีกที อ้าวมันเกือบบ่ายสองแล้วนี่หว่า ไม่น่าเชื่อว่าเล่นเจ้า Wii เนี่ย แล้วเวลาจะผ่านไปเร็วขนาดนี้ กินข้าวกลางบ่าย เตรียมตัวเก็บของ เพราะได้เวลากลับแล้ว รถบัสมารับตอนบ่ายสี่โมงกว่า ๆ ไปแล้วนะ Niseko...Grand Hirafu หวังว่าคงได้กลับมาอีก
นั่งรถบัสอีกเกือบสามชั่วโมง มันก้อพาพวกเรามาส่งที่สนามบิน New Chitose โอ้โห...ร้านขายของฝากเยอะแยะไปหมด เดี๋ยวค่อยมาซื้อ หาอะไรลงท้องก่อนดีกว่า ได้ร้านมานึงร้าน อาหารอลังการมาก ๆ ในราคาย่อมเยาว์ อาหารของปุ๊กเป็นเซตข้าวหน้าปลาแซล ไข่ปลา หอยเชลล์ พร้อมน้ำซุป และเครื่องเคียงอีกนิดหน่อย แล้วพวกเราก้อสั่ง ฮอกเกะกะซาซิมิ มากินรวมกัน ความที่กินกันเพลินไปหน่อย กลับลงมาร้านขายของฝากอีกที อ้าว...ปิดหมดซะแล้ว ทำงัยดีหว่า แต่โชคดี ที่ปุ๊กกะจิ๊บซื้อติดมือกันมาบ้างแล้ว ยังกะรู้ล่วงหน้าแนะ เลยไม่ร้อนใจเท่าไหร่นัก แต่ไม่เป็นไรข้างในยังมีอีกรีบเข้าไปกันเถอะ ว่าแล้วไม่รอช้า เจอร้านที่ยังเปิดอยู่ พี่นิกะนุ้ย หยิบแบบไม่คิดชีวิตเลย ช่างไม่มีศิลปะในการช้อปปิ้งเอาซะเลย ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที พี่นิกะนุ้ย ถือถุงของฝากใบใหญ่กันมาคนละถุง หมดกันไปเกือบหมื่น ซื้ออะไรกันเยอะแยะขนาดน้านนนพี่
ได้เวลาประกาศเรียกขึ้นเครื่องแล้ว เวลาแห่งความสุขช่างหมดไปอย่างรวดเร็ว ต้องไปจริง ๆ แล้วเหรอเนี่ย Hokkaido...ถ้าไม่มาสัมผัสเอง คุณไม่มีทางรู้หรอกว่ามันสุดยอดแค่ไหน เฮ้อ...เหินฟ้า กลับสู่โลกแห่งความจริง
ทริปนี้ มีอะไรให้ประทับใจและจดจำมากมาย มีทั้งความสนุก ตื่นเต้น ความสุขและทุก ๆ รสชาติ
ถ้ามีอะไรล่วงเกินทั้งวาจาและกาย ก้อต้องขอโทษด้วยนะคะ
ขอโทษพี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่แอบบังคับทุก ๆ คนให้ไปตามแผนที่ได้วางไว้ตอนที่เที่ยวที่ Sapporo อาจจะมี.shลุ้น และเหนื่อยบ้าง ก้อต้องขออภัยจริง ๆ
มิตรภาพสร้างได้ไม่ยาก ถ้าเรายอมเปิดใจรับมัน
The End


1 Comments:
ไม่เป็นไรคะท่านพี่ แอบเกรงใจ๊ เกรงใจ
By
Ayumi Sakamoto, at 10:34 PM
Post a Comment
<< Home