Stitch! Adventure Time

Friday, April 07, 2006

Hanami Party ในร่ม

วันนี้ตอนเย็น พวกเราชาว Lab. Yasuoka นัดกันจัด Hanami Party กินข้าวเย็นชมดอกซากุระยามเย็น ตอนพระอาทิตย์ใกล้ตก ตรงสนามฟุตบอลใน Komaba ที่มีต้นซากุระเรียงรายสองอยู่สองข้างสนาม

แต่กลัวว่าตอนเช้าจะไม่มีอะไรทำกัน พวกเราเลยจัดห้อง Lab. กันใหม่เพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ที่จะเข้ามาที่เทอมนี้ ปุ๊กยังเลือกที่จะนั่งที่เดิม เพราะไม่รู้ว่า...จะย้ายไปไหนดี แต่ Ogawa-san ย้ายมานั่งตรงข้ามปุ๊ก เผื่อจะช่วยให้ เม้าส์กันง่ายขึ้น อิ อิ

หลังจากที่จัดห้องเรียบร้อยกันแล้ว ก้อไปซื้ออาหารและเครื่องดื่ม สำหรับ ปาร์ตี้ตอนเย็น แต่ความที่วันนี้ อากาศดันหนาว ทำให้พวกเราเกิดความลังเลใจว่า...จะไปจัดกันที่เดิมตามที่ตั้งใจไว้ดีเหรอป่าว จึงเกิดมีการโหวตซาวด์เสียงเกิดขึ้น ทุกคนลงความเห็นพร้อมกันว่า จัดกันที่ Lab. ดีกว่า จะได้กินกันอย่างสนุกสนาน ไม่ต้องทนความหนาวกันไป กินกันไป บรรยากาศงานปาร์ตี้ ก้อเหมือนครั้งอื่น ๆ มันเป็นความสนุกแบบเดิม ๆ มีสมาชิกใหม่มาร่วมด้วย เอ้าน่า...ดีกว่าไม่มีเลยเนอะ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แอบขอเล่าย้อนหลังหน่อย เมื่อวันพุธ (5 เม.ย.) ที่ผ่านมา ระหว่างทางที่กะลังปั่นจักรยานอย่างเพลิดเพลินใจกลับหอ สายตาคู่เล็ก ๆ ของเรา ก้อแอบเห็นว่าข้างหน้า มีกลุ่มตำรวจกะลังตรวจจักรยานกันอยู่ ขอเน้นว่าเป็นกลุ่ม เพราะมีประมาณ 4-5 คนได้ แต่เราก้อสบายใจ เพราะมั่นใจว่า อย่างงัยก้อคงไม่โดนเรียกแน่นอน ไฟหน้าก้อเปิดเรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะไรที่ผิดปกติ แต่ที่ไหนได้ ผิดคาด ตำรวจหน้ามณ ส่งยิ้มหวาน ๆ ให้ แล้วก้อเรียกให้หยุด ไอ้เรา...ก้อนึกในใจ เอางัยดีหว่า ภาษาญี่ปุ่นก้อแข็งแรงม๊าก มาก นะเรา ก้อเลยรีบออกตัวไปว่า พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ค่อยได้คะ ตำรวจก้อใจดี พยายามถามอะไรที่มันพื้นฐาน ไอ้เราก้อพอเข้าใจบ้าง บอกไปว่า อยู่ที่หอ Mitaka ตรงนี้อะคะ เค้าก้อเลยขอดูบัตรนักเรียน เพิ่งรู้เหมือนกันนะว่า การเป็นนักเรียน โทได นี่ก้อมีอภิสิทธิ์บ้างเหมือนกัน ตำรวจมีการบอกด้วยนะ คงจะเรียนหนักเนอะ เพราะกลับหอดึกจัง แต่หารู้ไม่ว่า เรากลับดึกเพราะไปทำงานพิเศษมา แต่เรื่องไรจะบอกให้รู้ อิ อิ

สงสัยงานนี้รถจักรยานจะหายอะ แล้วตำรวจคนเดิมก้อตรวจรถจักรยานของเรา เอาไฟฉายมาส่อง แล้วก้อทำท่าตกใจเหมือนเจออะไรบางอย่าง นึกในใจว่า...ซวยแล้วตู จะเกิดอะไรขึ้นว่ะเนี่ย แล้วตำรวจอีกคนก้อเดินมาหา แล้วถามว่า เจ้าของรถจักรยานชื่ออะไร เพราะชื่อเรากะชื่อเจ้าของมันไม่ตรงกัน เราก้อบอกไปว่า เพื่อนเราให้จักรยานคันนี้มา เพราะเค้าเรียนจบ และกลับเมืองไทยไปแล้ว และเราก้อดันจำชื่อจริง พี่ทิพย์ไม่ได้ด้วยสิ รู้แต่ชื่อเล่น เลยพยายามรวบรวมความรู้ความสามารถภาษาญี่ปุ่นที่อยู่ มาอธิบาย แต่คงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ และดูเหมือนว่าจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เรากะลังอธิบายด้วยสิ จากตอนแรกที่มีอยู่สองคน จน ณ. ตอนนี้ มีตำรวจล้อมรอบเรา ห้าคน โอ้พระเจ้า...ทำไงดีเนี่ย เราเลยพยายามพูดทั้งญี่ปุ่นและอังกฤษ เผื่อจะเข้าใจกันมากขึ้น เค้าเองก้อพยายามพูดเป็นภาษาอังกฤษด้วยเหมือนกัน แต่ก้อยังไม่เป็นผลอยู่ดี เหตุการณ์นี้ที่ดูเหมือนจะซีเรียส แต่กลับเป็นขำ ขำ มากกว่า เป็นความเข้าใจพร้อมรอยยิ้ม งานนี้ สุดท้ายเลยไม่รอด...นางฟ้าอย่างพี่ปอมต้องลงมาช่วย เด็กตัวดำ ๆ อย่างเรา

เรานึกขึ้นได้ เลยโทร.ไปถามพี่ปอมว่า พี่ทิพย์ชื่อจริงอะไร แล้วก้อบอกตำรวจไป ปรากฎว่า...มันตรงกับที่เค้าบันทึกไว้ (ก้อมันจะไม่ตรงได้อย่างงัยหล่ะ) ก้อเลยรอดตัวไป แล้วก้อปล่อยกลับหอ พอปั่นจักรยานออกมา ตำรวจกลุ่มนั้น ก้อตะโกนว่า "Thank you", "Bye Bye" and "Good luck" เป็นการส่งท้าย ไอ้เราก้อไม่รู้ว่าจะหันไปยิ้มดีเหรอป่าว ได้แต่แอบนึกในใจว่า...แม้พอตอนนี้ ภาษาอังกฤษพรั่งพรูเชียวนะ ทีเมื่อกี้หล่ะ พูดไม่ได้ แต่อย่างน้อย...มันก้อเป็นความอลวนที่ปนด้วยความสนุกและรอยยิ้ม

0 Comments:

Post a Comment

<< Home