Kusatsu...My Last Ski for this Season
ขอสัญญาว่า...ทริปสกีนี้จะเป็นทริปสุดท้ายแล้วคะ ได้ยินมั้ยคะ
ตอนแรกกะว่าจะปิดทริปตั้งแต่ Akakura แล้วเชียว แต่หักห้ามใจไม่ไหว เจอคำชวนไป Kusatsu อีกหนึ่งลานสกีในฝัน ก้อขอไปปิดท้ายด้วยที่นี่แล้วกันนะ หลังจากที่ แอบผิดหวังมาจาก Akakura แต่ขอบอก...ทริปนี้ไม่ธรรมดา เพราะทุก ๆ ทริป พวกเราจะซื้อทัวร์กันไป ออกตอนค่ำบ้าง เช้าบ้าง ตามแต่ศรัทธา แต่ทริปนี้พวกเราออกเดินทางกันเอง ขอย้ำว่า...ไปกันเอง มีผู้ร่วมทริปคราวนี้ทั้งหมด 4 ชีวิตด้วยกันคือ พี่ฟัด พี่เกาะ นุ้ย และข้าพเจ้า
ออกเดินทางกันตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ (เพราะมันไม่มี อิอิ) ขึ้นรถไฟจาก ชินจูกุตอนเจ็ดโมงเช้า โดยการเดินทางคราวนี้ พวกเราใช้ตั๋ว Sheishun ซึ่งเป็นตั๋วสำหรับนักเรียน ไว้ใช้สำหรับเดินทางทั่วทั้งญี่ปุ่น โดยรถไฟของ JR ตั๋วหนึ่งใบจะใช้สำหรับหนึ่งคนต่อหนึ่งวัน ขอบอกว่า...ว่ามันช่างถูกแสนถูก ตกใบละ สองพันกว่าเยนเอง
เข้าเรื่อง ๆ กันต่อ นั่งรถไฟมาได้สักพัก โอ้แม่เจ้า...ปวดท้องฉี่อะ แต่ก้อนะ รถไฟญี่ปุ่นมันไม่เหมือนรถไฟไทยอะที่มีห้องน้ำด้วย งานนี้เลยได้แต่ทน ทน แล้วก้อทนอย่างเดียว แต่ไม่ได้ทนธรรมดา เพราะมันต้องทนอีกเป็นชั่วโมงเลยอะดิ ก้นนั่งไม่ติดเบาะแย้ว กว่าจะถึงสถานีที่ต้องเปลี่ยนรถไฟเล่นเอา...นั่งบิดอยู่นาน แถมห้องน้ำที่สถานีนี้เล่นนี่อยู่ซะหัวชานชลาเลย ตั้งเด่นเป็นสง่าอย่างมากมาย แต่ก้อเอานะ ไม่สนแล้ว พอเข้าไปได้ อ้าว ประตูล๊อคมะด้ายยยย งานนี้ระหว่างทำธุระ ก้อต้องแอบลุ้นไปด้วยว่า จะมีใครมาเปิดประตูเหรอป่าวหว่า...
นั่งรถไฟยังไม่พอ ต้องนั่งรถเมล์ต่อไปอีกประมาณ ครึ่งชั่วโมง ในที่สุดก้อถึงซะที ยืดเส้นยืดสายได้สักพัก ก้อมีคุณลุงเอาโบรชัวร์มาแจก พออ่านจับใจความได้ว่า...คุณลุงมีร้านให้เช่าอุปกรณ์สกีอยู่ใกล้ ๆ ท่ารถนี่แหละ ในราคาย่อมเยาว์ แถมมีบริการส่งถึงลานสกีอีกต่างหาก พวกเราไม่รอช้าเดินตามคุณลุงไปเช่าอุปกรณ์ทันที
ระหว่างที่คนอื่น ๆ กะลังเช่าอุปกรณ์ ปุ๊กก้อเลยขอแอบชะแว้บไปถ่ายภาพสายออนเซนกลางใจเมืองซะหน่อย ก่อนที่สายแดดจะลาลับไปซะก่อน (ขอขอบคุณพี่ ๆ นะคะ ที่ช่วยยืมอุปกรณ์หนูนะคะ) ไม่น่าเชื่อ เดินไม่ถึง 5 นาทีก้อถึงใจกลางเมืองที่มีบ่อออนเซนอยู่ตรงกลางมีชื่อว่า "YUBATAKE" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของเมือง Kusatsu เลยก้อว่าได้ รีบคว้ากล้องคู่ใจ ถ่ายอย่างว่อง เล็งเลิงก้อไม่เล็งแล้ว งานนี้ถ่าย ถ่าย ถ่าย แล้วก้อถ่ายอย่างเดียว มุมไหนก้อดูดี ดูทุกอย่างมันลงตัวไปหมด ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ก้อรีบกลับมาหาพี่ ๆ ที่ร้านสกี ผ่านไปครึ่งวันแหละ ยังมะด้ายเล่นสกีเย้ยยยยยยยย
เปลี่ยนชุด ฝากของไว้ที่ร้านคุณลุง แล้วก้อขึ้นรถมุ่งหน้าสู่ลานสกี ขับไปได้ไม่เท่าไหร่ ขณะที่รถกะลังติดไฟแดงอยู่ เอ๋...ทำไมหลังมันรู้สึกเย็น ๆ หว่า หันไปมองข้างหลัง ก้อรู้คำตอบ พร้อมกับที่คุณลุงก้อออกรถ งานนี้ได้แต่อ้าปากค้าง แล้วหันมองหน้าพี่ฟัด ดีที่พี่ฟัดบอกลุงได้ทัน เลยรีบจอดรถแล้วก้อไปเก็บอุปกรณ์สกีที่นอนแอ้งแม้งอยู่กลางถนนซะงั้น คุณลุงมีการหันมาบอกอีกนะว่า...อ้อ ลืมปิดประตูหลังเหรอเนี่ย แป่ว -_-"
ถึงลานสกีสักที เติมพลังกันก่อน แล้วก้อวางแผนการเล่นกัน แต่โชคดีที่นี่มีคอร์สให้เล่นน้อยถึงน้อยที่สุด ทำให้ไม่ต้องคิดกันให้ปวดหัวมากมาย แถมรับรองว่าไม่มีทางหลงอย่างแน่นอน พวกเราตกลงจะขึ้น Gonloda ไปเล่นกันบนยอดก่อน แล้วเล่นยาวลงมาถึงข้างล่างเลย ระหว่างที่กะลังขึ้น Gonloda อยู่นั้น เจ้าหน้าที่ก้อประกาศปิด Gonloda ไม่ให้ขึ้นแล้ว เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน และลมแรงจัด มันก้อจริงอะนะ เพราะไม่เคยขึ้น Gonloda ครั้งไหนเสียวเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย ค่อย ๆ ขึ้น แถมมีแกว่งตามแรงลมอีกต่างหาก นึกแล้วก้อเสียวอยู่เลย บรื้อออ แต่ก้อแอบดีใจที่พวกเราโชคดีได้ขึ้นกันทันก่อนที่มันจะปิด
แต่พอมาถึงยอดแล้ว ก้อไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจกันดี เพราะลมแรงเหลือเกิน แถมลิฟต์ตัวสุดท้ายเพื่อขึ้นไปเล่นจากยอดภูเขาไฟดันปิดซะอีก อ้อ...ลืมบอกไป ลานสกีที่นี่เป็นลานสกีบนภูเขาไฟ ถ้าขึ้นไปบนสุด จะได้เห็นปากปล่องภูเขาไฟด้วยนะ นึกแล้วยังเสียดายไม่หายเลยอะ เล่นกันข้างบนได้สักแป้บ ก้อสู้แรงลมไม่ไหว เลยลงมาเล่นข้างล่างแทน ระหว่างที่เล่นลงมาข้างล่าง จะได้ยินเสียง แกร๊ก แกร๊ก ตลอดทาง หิมะมันหายไปไหนเนี่ย แต่ยังดีที่วิวสองข้างทางสวยมากมาย แถมบางช่วงที่เล่นอยู่ มองไปข้าง ๆ ก้อแอบตกกะจั๋ย เพราะเป็นถนนอยู่ข้าง ๆ ลานสกีเลย ขอย้ำว่า...เป็นถนนจริง ๆ เพราะมีรถแล่นด้วยน๊า
อากาศข้างล่างดีกว่าข้างบนมากมาย แต่ก้อยังขมุกขมัวอยู่ดี ฟ้าไม่เปิดเท่าไหร่ แต่ก้อเอาน่า เล่นกะลังเพลิน ๆ อ้าว ครบหมดทุกคอร์สแล้วเหรอเนี่ย รวดเร็วทันใจวัยรุ่นอย่างเราเสียจริง แต่ขอบอก...มีคอร์สนึงที่เราเล่นข้างบนคอร์สก้อเป็นสีเขียวอยู่ดี ๆ ลงมาได้นิดนึง เปลี่ยนสีกลายเป็นสีดำซะงั้น ทำเอาพี่บางอย่างถึงกับเสียความมั่นใจกันเลยทีเดียว หุ หุ
พวกเราตัดสินใจเลิกกันเร็วกว่าที่ตกลงกันไว้ในตอนแรก เพราะจะได้มีเวลาไปถ่ายรูปเล่นกันในตัวเมืองกันก่อนกลับบ้าน คุณลุงมารอรับเราอย่างกะรู้แนะว่า...พวกเราเลิกเล่นกันเร็ว รีบคืนอุปกรณ์ กะจะไปแช่ออนเซนฟรีซะหน่อย แอบโผล่หน้าเข้าไปดู เห็นแล้วก้อ...ทำใจไม่ได้อะ คนหรือปลากระป๋องกันแน่เนี่ย เพิ่งรู้เหมือนกันนะเนี่ยว่า ญี่ปุ่นก้อชอบของฟรีเหมือนกัน อิ อิ
งั้นไปถ่ายรูปแล้วหาไรกินกันดีกว่า แล้วพวกเราก้อมาลงเอยที่ร้านอาหารเกาหลีข้าง "YUBATAKE" อร่อยหลายเด้อ ไม่รู้ว่าเพราะเหนื่อยหรือว่าอร่อยจริง ๆ กันแน่ :P แต่ที่รู้ ๆ คือทุกคนต้องกินอาหารให้เสร็จภายใน 10 นาทีไม่อย่างงั้น พวกเราจะตกรถ ลองนึกภาพตามว่า ราเมนร้อน ๆ กินกันลวกปาก ลวกคอกันเป็นแถบ ๆ เลยทีเดียว
ที่แอบเสียดายคือ...ไม่ได้ค้างที่นี่ เพราะเมืองมันน่าอยู่มาก มาก ดูลงตัวดี ถึงแม้จะมีหิมะตกสักเท่าไหร่ แต่เมื่อตกถึงพื้นแล้ว ก้อละลายหายวับ เพราะความที่ใจตัวเมืองพื้นเบื้องล่างเป็นแหล่งออนเซนขนาดใหญ่ ทำให้มีไออุ่นลอยมาสะสมตามพื้นถนน แถมจากเมืองเราสามารถมองเห็นลานสกีได้เลย สามารถเดินถึง ไม่น่าเชื่อช่ายมั้ย เลยทำให้เมืองนี้มีความเป็นเอกลักษณ์ และสร้างความประทับใจให้กับปุ๊กอย่างไม่มีข้อสงสัยใดใดเลย และแน่นอนว่า...ปีหน้าจะต้องกลับมาอีกให้ได้ และต้องค้างด้วยนะ ขอสัญญา


0 Comments:
Post a Comment
<< Home